หลายคนสงสัย ! สายยางให้อาหารสายยาง สามารถนำมาใช้ใหม่ได้หรือไม่ ?สำหรับเรื่องนี้ต้องตอบชัดๆ เลยครับว่า "ขึ้นอยู่กับว่าเป็นส่วนไหน" ของระบบการให้อาหารครับ เพราะบางอย่างใช้ซ้ำได้เพื่อความประหยัด แต่บางอย่าง "อันตรายมาก" หากนำมาใช้ซ้ำครับ
มาแยกแยะให้ชัดเจนกันครับ:
1. ตัวสายยางที่ใส่เข้าไปในตัวผู้ป่วย (NG-Tube / PEG)
❌ ห้ามนำมาใช้ซ้ำ (Single Use Only)
หากสายยางหลุดออกมาจากจมูกหรือหน้าท้อง ห้าม นำสายเส้นเดิมมาล้างแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่เด็ดขาดครับ
เหตุผล: สายยางที่ผ่านการใช้งานแล้วจะมีคราบโปรตีนและแบคทีเรียฝังตัวอยู่ในเนื้อพลาสติก ซึ่งล้างออกไม่หมด การนำกลับมาใช้ใหม่จะทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดหรือทางเดินอาหารอย่างรุนแรงได้
สิ่งที่ควรทำ: หากสายหลุด ให้ทิ้งสายเส้นเดิมและใช้ สายเส้นใหม่ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ (Sterile) เท่านั้นครับ
2. กระบอกฉีดอาหาร (Syringe)
✅ ใช้ซ้ำได้ (Reusable) แต่มีระยะเวลาจำกัด
ไซริงค์ให้อาหารสามารถล้างแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำในผู้ป่วยคนเดิมได้ครับ
วิธีดูแล: หลังใช้งานต้องล้างด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาด ลวกน้ำร้อน และผึ่งให้แห้งในภาชนะปิด
เมื่อไหร่ควรทิ้ง: ควรเปลี่ยนใหม่ทุก 7-14 วัน หรือเมื่อตัวเลขเลือนลาง ยางลูกสูบเริ่มฝืด หรือพลาสติกเริ่มขุ่นมัวครับ
3. ถุงใส่อาหารและสายต่อ (Feeding Bag & Set)
⚠️ ใช้ซ้ำได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
หากคุณใช้เครื่อง Feeding Pump หรือให้แบบหยด (Drip) ถุงและสายต่อสามารถใช้ซ้ำได้ใน 1 วัน
ข้อกำหนด: ต้องล้างถุงด้วยน้ำต้มสุกให้สะอาดระหว่างมื้อ และเมื่อครบ 24 ชั่วโมงต้องทิ้งทันที เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่เจริญเติบโตได้ดีในคราบอาหารครับ
📊 ตารางสรุป: อะไรใช้ซ้ำได้? อะไรต้องทิ้ง?
อุปกรณ์ ใช้ซ้ำได้ไหม? ระยะเวลาที่ปลอดภัย
สายยางที่ใส่ในตัว (NG/PEG) ❌ ไม่ได้ ใช้ครั้งเดียว (จนกว่าจะถึงกำหนดเปลี่ยน)
กระบอกไซริงค์ (Syringe) ✅ ได้ 7-14 วัน (และต้องลวกน้ำร้อนทุกมื้อ)
ถุงอาหาร/สายต่อเครื่อง ⚠️ จำกัด ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
ภาชนะปั่น/แก้วใส่อาหาร ✅ ได้ ใช้ได้นาน (ต้องสะอาดและไม่มีรอยร้าว)
⚠️ สัญญาณเตือนว่า "ต้องทิ้ง" ทันที
ไม่ว่าอุปกรณ์นั้นจะยังไม่ครบกำหนดเปลี่ยน แต่ถ้ามีลักษณะดังนี้ให้ทิ้งทันทีครับ:
มี จุดดำๆ (เชื้อรา) ขึ้นตามซอกหรือในสาย
มีกลิ่นเหม็นบูดล้างไม่ออก
พลาสติกเหนียว หรือเริ่มเปื่อยย่ย
💡 เคล็ดลับ
การพยายามประหยัดด้วยการใช้สายยางซ้ำอาจได้ไม่คุ้มเสียครับ เพราะค่ารักษาอาการติดเชื้อในโรงพยาบาลแพงกว่าค่าสายยางเส้นใหม่หลายเท่าตัวครับ หากคุณกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ แนะนำให้ปรึกษาสิทธิการเบิกจ่าย (เช่น สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคม) ซึ่งมักจะมีโควตาอุปกรณ์เหล่านี้ให้