ผู้เขียน หัวข้อ: ฉนวนกันเสียง:เล่นดนตรีในห้องเสียงดัง ต้องรู้อะไรบ้างก่อนเสริมผนังกันเสียง  (อ่าน 74 ครั้ง)

siritidaphon

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 367
    • ดูรายละเอียด
ถือเป็นกิจกรรมยามว่างที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างหนึ่งเลย กับการเล่นดนตรี เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายแล้ว ปัจจุบันทักษะการเล่นดนตรีก็ยังเป็นหนึ่งในทักษะที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้เสริมได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้คนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบการเล่นดนตรีนั้นประสบปัญหาเสียงดนตรีจากภายในห้องดังทะลุออกไปรบกวนเพื่อนบ้านได้ ซึ่งหากปล่อยไว้ก็จะทำให้เกิดกรณีพิพาทที่ไม่รู้จบ

ดังนั้น การทำให้ห้องที่ใช้เล่นดนตรีในบ้านกันเสียงดังทะลุเข้าออกได้มากขึ้นนั้นจึงเป็นภารกิจอันดับต้น ๆ ที่ควรรีบทำให้เรียบร้อย โดยวิธีที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันได้แก่ การเสริมผนังกันเสียงให้ห้องที่ใช้เล่นดนตรีนั้นกันเสียงดังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจเสริมผนังกันเสียงในห้องที่ใช้เล่นดนตรีนั้น ก็มีเรื่องสำคัญหลายประกันที่ควรรู้เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ดังต่อไปนี้


1.แผ่นกันเสียงที่ใช้เสริมผนังกันเสียงมีคุณภาพไม่เท่ากัน

เวลาที่เราพูดถึงการเสริมผนังกันเสียงนั้น หัวใจสำคัญของกระบวนการติดตั้งทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับ “แผ่นกันเสียง” หรือวัสดุอะคูสติกที่นำมาใช้ โดยในตลาดแผ่นอะคูสติกนั้นจะมีแผ่นกันเสียงหลากหลายให้เลือกใช้ แตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้ในการผลิต ซึ่งก็จะทำให้แผ่นกันเสียงแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการกันเสียงที่ไม่เท่ากัน บ้างก็กันเสียงดังได้ดี บ้างก็ไม่ดีอย่างที่คิด

ดังนั้น ในการเลือกวัสดุอะคูสติกที่จะนำมาใช้ในการทำผนังกันเสียงนั้น เราจึงต้องศึกษา เปรียบเทียบ ความสามารถในการกันเสียงของวัสดุนั้น ๆ ให้ละเอียดรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถได้ผนังกันเสียงที่กันเสียงดนตรีจากภายในห้องเราไม่ให้ทะลุออกไปยังนอกห้องได้จริง ๆ ยกตัวอย่างเช่น แผ่นกันเสียงที่ใช้กับระบบผนังกันเสียงที่มีความสามารถในการกันเสียงสูงมาก เทียบได้กับความสามารถในการกันเสียงของผนังโรงแรม 5 ดาวเลยทีเดียว


2.การเสริมผนังกันเสียงคือการทำผนังเบาอีกชั้นทับผนังเดิม

หลายคนยังคงเข้าใจผิดมักคิดว่าการเสริมผนังกันเสียงคือการเอาแผ่นกันเสียงมาติดทับกับผนังเดิมไปเลยง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริงมีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมากกว่านั้น คือ จะเป็นการทำผนังเบาขึ้นทับผนังเดิมอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการวางโครงคร่าวผนังเบาแล้วแทรกด้วยแผ่นกันเสียงก่อนจะปิดผิวทำผนังใหม่ทับไป หมายความว่าจะทำให้ผนังเดิมหน้าขึ้นเป็น 2 ชั้น และสามารถกันเสียงดังทะลุเข้าออกได้ดีมากขึ้น ดังนั้น ก่อนพิจารณาเสริมผนังกันเสียงจึงต้องเข้าใจให้ดีว่าผนังเดิมจะหนาขึ้น ถ้าเป็นห้องขนาดเล็กอยู่แล้วก็อาจจะทำให้รู้สึกอัดอัด และเสียพื้นที่ใช้สอยไปได้

อย่างไรก็ตาม ก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการพิจารณาเลือกใช้ระบบผนังกันเสียงที่กันเสียงได้ดีแต่ไม่ได้ทำให้ผนังหนาขึ้นมากจนห้องคับแคบ เช่น ระบบผนังเบากันเสียง ที่มีความหนาเพียงแค่ 9.8 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าบางกว่าการทำผนังก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้นมาก เพราะการทำผนังก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้นนั้นจะทำให้ผนังหนาขึ้นถึงเกือบ 20 เซนติเมตรเลยทีเดียว ที่สำคัญคือ การทำผนังก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้นนั้น กันเสียงได้ได้ต่ำกว่าระบบผนังเบาประมาณเกือบ 2 เท่า เนื่องจากไม่ได้มีการแทรกวัสดุอะคูสติกเพิ่มเติมนั่นเอง


3.แผ่นซับเสียงที่ติดผนังได้เลยไม่ได้ช่วยกันเสียงดัง

ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าการเสริมผนังกันเสียงนั้นทำง่าย ๆ ด้วยการติดแผ่นกันเสียงทับไปเลยบริเวณผนังเดิม จริง ๆ แล้วมีความเข้าใจผิดอีกอย่างซ่อนอยู่ในความเชื่อนี้ด้วย นั่นก็คือ แผ่นที่ใช้ติดไปกับผนังเดิมเลยที่หลาย ๆ คนเข้าใจว่าช่วยกันเสียงได้นั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่แผ่นกันเสียง แต่เป็น “แผ่นซับเสียง” ซึ่งถือเป็นวัสดุอะคูสติกเช่นกัน แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการกันเสียง แต่จะช่วยในการซับเสียง หรือควบคุมป้องกันเสียงก้องเสียงสะท้อน

ซึ่งถามว่าสำคัญกับการทำห้องดนตรีหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า สำคัญเช่นกัน เพราะหากเราต้องการให้ห้องที่ทำกันเสียงนั้น ใช้เล่นซ้อมดนตรีได้อย่างมีประสิทธิภพสูงสุดล่ะก็ นอกจากเสริมระบบผนังกันเสียงแล้ว ก็ควรวางแผนติดตั้งแผ่นซับเสียงเพื่อทำให้เสียงในห้องไม่ก้องสะท้อน และเกิดเป็นเสียงดนตรีอันไพเราะขึ้นได้นั่นเอง


ฉนวนกันเสียง:เล่นดนตรีในห้องเสียงดัง ต้องรู้อะไรบ้างก่อนเสริมผนังกันเสียง อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://noisecontrol365.com/

 

ลงประกาศฟรี ติดอันดับ Google โฆษณาฟรี ประกาศฟรี ขายฟรี ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ขายรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุตสาหกรรม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ สถานที่ท่องเที่ยว โปรโมทเว็บไซต์ฟรี